Font Size

SCREEN

Profile

Layout

Menu Style

Cpanel



 

มัณฑะเลย์-พุกาม 4วัน 3คืน

มัณฑะเลย์ – Mandalay Hill– พุกาม – ทะเลเจดีย์พุกาม - เจดีย์ชเวสิกอง - วัดอนันดา - วัดสัพพัญญู - วัดมนูหะ - มหาเจดีย์ ธรรมยังยี - เจดีย์ชเวซันดอ - พุกาม - มัณฑะเลย์ - อมรปุระ - วัดมหากันดายง -สะพานไม้อู่เป่ง - พระราชวังมัณฑะเลย์ - พระตำหนักไม้สักชเวนานจอง - ร่วมพิธีล้างหน้าพระมหามัยมุนี - มัณฑะเลย์

ราคาเริ่มต้น 18,900 บาท และ 14,900 บาท

กำหนดการเดินทาง วันที่ 9 -12 สิงหาคม 2560  : [เอกสาร]

วัน เวลา รายละเอียดการเดินทาง

วันที่ 9 สิงหาคม 2560: กรุงเทพฯ – มัณฑะเลย์ – Mandalay Hill (-/-/D)

เที่ยง  12.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ แถว N
เคาเตอร์สายการบิน Myanmar Airways พบเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวก
   14.30 น. ออกเดินทางสู่เมืองมัณฑะเลย์ โดยเที่ยวบินที่ 8M338
  16.05 น.

เดินทางถึง สนามบินมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมาร์ (เวลาท้องถิ่นที่เมียนมาร์ ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง) ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เขา Mandalay Hill ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของพระราชวัง เขาลูกนี้สูง 240 เมตร ซึ่งเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุดของเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งอยู่บนยอดเขา สามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองมัณฑะเลย์เกือบทั้งเมือง

ค่ำ   บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ GREATWALL HOTEL// SHWE PHYU HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่ 10 สิงหาคม 2560: มัณฑะเลย์–พุกาม–ทะเลเจดีย์พุกาม-เจดีย์ชเวสิกอง-วัดอนันดา-วัดสัพพัญญู-วัดมนูหะ-มหาเจดีย์
ธรรมยังยี- เจดีย์ชเวซันดอ (B/L/D)

เช้า  08.00 น. บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
นำท่านเดินทางสู่ เมืองพุกาม (BAGAN) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง
 เที่ยง  12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
เดินทางถึง เมืองพุกาม (BAGAN) ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของเขตที่ราบ บะกัน ในปัจจุบัน คือเมือง หย่าวน์อู่ สมัยกุบไลข่านยกทับมาเหยียบเมืองบะกันในปี 1287 นั้น ได้มีการสร้างวัดวาอารามและสถูปเจดีย์ ขึ้นบนที่ราบอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้กว่า 13,000 แห่ง แต่หลังจากที่ผ่านไป 700 ปี กลับมีมีศาสนสถานลง เหลืออยู่ ราว 2,000 แห่งเท่านั้น นอกนั้นก็ยังคง หลงเหลือแค่ซากกองหินอิฐที่ปรักหักพังบ้างถูกแม่น้ำเอยาว ดีพัดหายไปบ้าง ชม เจดีย์ชเวสิกอง (SHWEZIGON) 1 ใน 5 มหาเจดียสถานศักดิ์สิทธิ์ของพม่า องค์เจดีย์สี ทองอร่ามทรงระฆังคว่ำ สูง 160 เมตร เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระเขี้ยวแก้ว เจดีย์
รูปแบบศิลปะพม่าแท้ แห่งนี้สร้างขึ้นโดยกษัตริย์อโนรธา (King Anawrahta) ด้วยทรงเชื่อว่าตนเองเป็น “พระมหาจักรพรรดิราช ”จึงพยายามรวบรวมพระสารีริกธาตุมาไว้ด้วยกัน จากนั้นทรง ปล่อยช้างเผือกที่ อัญเชิญมาจากลังกาออกไปเพื่อเสี่ยงทาย พญาช้างเผือกพำนักที่ตรงไหน ก็สร้างเจดีย์ชเวสิกองที่นั้น แต่สร้าง ฐานไปได้แค่สามชั้น พระเจ้าอโนรธาก็สิ้นพระชนม์ลงเสียก่อน พระเจ้าจันสิตธาจึงสร้างต่อจนแล้วเสร็จ สมบูรณ์ ในปี 1089 จากนั้นนำท่านชม วัดอนันดา (อนันดากู่พยา) สร้างเสร็จเมื่อปี 1091 โครงสร้างของวัด มีระเบียงทางเดินที่ไม่ซับซ้อน มีซุ้มประตูใหญ่สี่ซุ้มขนาดเท่ากันทุกด้าน เปิดจากแนวกึ่งกลางกำแพงไปสู่ ห้องคูหากลางวิหาร ด้านบนก่อเป็นแกนทึบสี่เหลี่ยมขึ้นไปรับกับส่วนยอดวิหารมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ในซุ้มพระมีพระพุทธรูปยืน สูง 9.5 เมตร ประดิษฐานอยู่ทั้งสี่ซุ้ม แทนองค์พระอดีตพระพุทธเจ้าทั้ง 4 จากนั้นนำท่านชม วัดสัพพัญญู (ตั๊ดปยิ่นยูพยา) จัดเป็นวัดที่สูงที่สุดใน บะกัน สูงถึง 61 เมตร และถือเป็น แม่แบบของสถาปัตยกรรมบะหม่า จากนั้นนำท่านชม วัดมนูหะ สร้างขึ้นโดยกษัตริย์มหูหา กษัตริย์มหูหา ทรงมีพระประสงค์ที่จะสั่งสมบุญไว้สำหรับชาติภพหน้า จึงนำเอาอัญมณีบางส่วนไปขายเอาเงินมาสร้างวัด แห่งนี้ โดยสร้างพระพุทธรูปนั่งขนาดใหญ่ 3 องค์ และพระพุทธรูปนอนขนาดใหญ่อีก 1 องค์ ในศาลา สี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็ก สะท้อนออกถึงความคับแค้นใจที่ถูกจับมาขังเป็นเชลยได้อย่างดีหลังอาหารนำท่าน ชม มหาเจดีย์ดัมมะหยั่นจี หรือ "แสงสว่างแห่งธรรม” สร้างในรัชสมัยของพระเจ้านะระตู่ ถึงแม้รัชสมัยจะ สั่นยิ่ง แต่พระองค์ก็ได้ชื่อว่า เป็นผู้ที่สร้างวัดที่ใหญ่ที่สุดใน บะกัน (พุกาม) ด้วยพระองค์ ทรงวิตกว่า ผล กรรมจากการกระทำในชาตินี้ จะติดตามพระองค์ไปในชาติภพหน้า พระองค์จึงสร้างวัดนี้ขึ้นเพื่อล้างบาป เล่าขานกันว่า พระเจ้านะระตู่ ทรงควบคุมดูแลการก่อสร้างด้วยพระองค์เอง ช่างจะต้องวางเรียงศิลาไม่ให้มี ช่องแม้แต่แม้เข็มเพียง 1 เล่ม หากสอดผ่านรอยต่อไปได้ช่างก่อสร้างจะต้องถูกสั่งประหารทันที แต่การ ก่อสร้างยังไม่ทันแล้วเสร็จ พระองค์ก็ถูกลอบปลงพระชนม์ลงเสียก่อนจากนั้นนำท่านชม เจดีย์ชเวซันดอ หนึ่งในพระพุทธสถานสามแห่งที่ พระเจ้าอโนรธาทรงสร้างไว้ในบะกัน สร้างขึ้นในปี 1057 และมีชื่อเรียก อีกอย่างหนึ่งว่า มหาเป่งนะกู่พยา (วัดพระพิฑเนศ) เพราะแต่เดิมเคยมีเทวรูปพระพิฑเนศประดิษฐานอยู่ตาม มุมฐานทักษิณทั้ง 5 ชั้น ให้ท่านได้ ความงดงามของ ทะเลเจดีย์ และถือเป็นที่ๆเหมาะที่สุดกับการเก็บภาพ ความประทับใจได้เกือบทั่วเมืองพุกามเลยทีเดียวจากนั้นให้ท่านนั่งรถม้า ชมความงามของเมืองทะเลเจดีย์ ท่านจะได้ สัมผัสกับบรรยากาศ ของความศรัทธาในพุทธสถานที่คนบะกัน ได้ใช้สัญลักษณ์การสร้างเจดีย์ ทั้งเมืองเป็นพันๆๆแห่ง เพื่อแสดงถึงเชื่อและแรงศรัทธาที่งดงาม (รถม้า1 คัน สามารถนั่งได้ 4 ท่าน)
ค่ำ   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ RAZAGYO HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่ 11 สิงหาคม 2560:พุกาม-มัณฑะเลย์- อมรปุระ-วัดมหากันดายง-สะพานไม้อู่เป่ง-พระราชวังมัณฑะเลย์
-พระตำหนักไม้สักชเวนานจอง (B/L/D)

เช้า  08.00 น. บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่สิ่งมหัศจรรย์ของโลกบุโรพุธโธเป็นวัดพุทธที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกออกแบบและสร้างขึ้นในแบบของตัวเองไม่เหมือนที่ใดได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลกจากUNESCOและเป็นพุทธสถานที่สำคัญและยิ่งใหญ่ในระดับเดียวกับนครวัดในเขมรสร้างขึ้นในราศตวรรษที่ 8 - 9โดยราชวงศ์Sailendrasซึ่งปกครองตอนใต้ของชวากลางและนับถือศาสนาพุทธนิกายมหายานใช้หินจำนวนมากกว่า 1 ล้านก้อนหรือประมาณ 55,000 ลูกบาศก์เมตร ด้วยจำนวนแรงงานมหาศาลเป็นระยะเวลากว่า 30 ปี แต่ก็ถูกทิ้งให้จมอยู่ใต้เถ้าถ่านของภูเขาไฟ Merapi หลังจากการใช้งานไม่ถึง 200 ปี เมื่ออาณาจักรต้องอพยพผู้คนไปอยู่ทางชวาตะวันออก บุโรพุทโธถูกค้นพบอีกครั้งในศตวรรษที่ 8 และการบูรณะก็ได้เริ่มขึ้นเมื่อต้นศตวรรษที่ 20 ช่วงที่ดัทช์ปกครองชวาในปี1985ก็ถูกวางระเบิดโดยกลุ่มผู้ต่อต้านซูอาร์โต้จนได้รับความเสียหายอย่างหนักจนต้องได้รับการบูรณะใหญ่อีกครั้ง
เที่ยง  12.00 น.

บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
หลังอาหารนำท่านชม วังสุลต่าน ที่เต็มไปด้วยสิ่งของล้ำค่าในวังและเครื่องใช้ต่างๆก่อนที่กษัตริย์องค์สุดท้ายจะลี้ภัยและเปลี่ยนการปกครอง ชมวังเมกกะลังและเครื่องบรรณาการต่างๆ และห้องเก็บโบราณวัตถุและสิ่งล้ำค่าสมัยก่อน ประวัติต่างๆที่มีความเป็นมาน่าศึกษาและมีค่าของอารยธรรมชวาให้ท่านได้ถ่ายรูปกับสัญลักษณ์ที่ประตูวัง จากนั้นนำท่านสู่ พระราชวังวอเตอร์พาเลซ พระราชวังวอเตอร์พาเลซ มีความสวยสดงดงามแลกตาจากพระราชวังทั่วไป เนื่องจากโดยบริเวณรอบของวังจะมีน้ำล้อมรอบวัง และมีความสวยงามแตกต่างกันจากพระราชวังอื่น ๆ ซึ่งเล่ากันว่าในอดีตชาวบ้านมักจะสร้างที่อยู่อาศัยใกล้กับแหล่งน้ำ และอยู่ตามซอกซอย และใต้ดิน เพื่อความสงบร่มเย็นในการดำรงชีวิต
จากนั้นนำท่าน อิสระช้อปปิ้งย่าน ถนนมาริโอโบโร่

ค่ำ   บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ GREATWALL HOTEL// SHWE PHYU HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่ 12 สิงหาคม 2560:ร่วมพิธีล้างหน้าพระมหามัยมุนี - มัณฑะเลย์-กรุงเทพฯ         (B/-/-)
เช้า  04.00 น. นำท่านสู่  เจดีย์มหามุนี (Mahamuni Pagoda)  เพื่อเข้าร่วม พิธีล้างหน้าพระ มหามุนี  ซึ่งที่นี่จะทำการเป็นประจำทุกวัน เป็นพิธีการที่ศักดิ์สิทธิ์มากหากท่านใดที่ได้เข้าร่วมในพิธี จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแรงศรัทธาที่ชาวมัณฑะเลย์ได้ปฏิบัติทุกวัน มีบรรเลงดนตรีขณะทำพีธีล้างหน้าพระมหามุนี  (แนะนำไม่ควรพลาด)  พระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่ทรงเครื่องกษัตริย์ที่ได้รับการขนานนามว่า “พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม” ที่พระเจ้ากรุงยะไข่ทรงหล่อขึ้นที่เมืองธรรมวดี เมื่อปี พ.ศ. 689 สูง 12 ฟุต 7 นิ้ว หุ้มด้วย ทองคำเปลวหนา 2 นิ้ว ทรงเครื่องประดับทองปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 9 ฟุต ในปี พ.ศ. 2327 พระเจ้าปดุงได้สร้างวัดมหามุนี หรือวัดยะไข่ (วัดอาระกัน หรือวัดพยาจี) เพื่อประดิษฐานพระมหามัยมุนี และในปี พ.ศ.2422 สมัยพระเจ้า สีปอ ก่อนจะเสียเมืองพม่าให้อังกฤษได้เกิดไฟไหม้วัดทองคำ จึงทำให้ทองคำเปลวที่ปิดพระละลายเก็บเนื้อทองได้นํ้าหนักถึง 700 บาท ต่อมาในปี พ.ศ.2426 ชาวพม่าได้เรี่ยไรเงินเพื่อบูรณะวัดขึ้นใหม่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมโดยสายการออกแบบของช่างชาวอิตาลีจึงนับได้ว่าเป็นวัดที่สร้างใหม่ที่สุดแต่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ที่สุดในเมืองพม่า สมควรแก่เวลา นำคณะกลับสู่โรงแรมที่พัก
   08.00 น. บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
   10.40 น. ออกเดินทางกลับ โดยสายการเมียนม่าร์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ 8M337
บ่าย 13.20 น. เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

 
**อย่าลืมพาสปอร์ตในวันเดินทาง***

 

 

รับจัดโปรแกรม ทำแลนด์ลาวใต้ / เวียงจันทน์ - วังเวียง - หลวงพระบาง/กัมพูชา/เวียดนาม

จัดโปรแกรม private กรุ๊ป/หมู่คณะ/จอยกรุ๊ป ตามความต้องการของลูกค้า